ห่วงกระดูกงู
ห่วงกระดูกงู คืออะไร


ในสมัยเรียนหลายๆ คนก็เคยเข้าเล่มหนังสือหลายๆ แบบ และต้องมีบางคนที่เคย เข้าเล่มห่วงกระดูกงู แต่ก็มีคนหลายๆ คนที่ไม่เคยเข้าเล่มหวง กระดูกงูเลย ห่วงกระดูกงูที่ใช้เข้าเล่มรายงานส่งอาจารย์จะเป็นห่งกระดูกงูพลาสติกทั้งหมด เพราะมีราคาไม่แพงมากเท่ากับการเข้าเล่มห่วงกระดูกงูแบบที่เป็นลวด แต่ก็มีความทนทานต่ำกว่าห่วงกระดูกงูที่ทำจากลวดโลหะเช่นกัน
ห่วงกระดูกงูคือเส้นลวดโลหะขนาดเล็กที่หุ้มด้วยพลาสติกหลากหลายสี ที่ขดเป็นวงกลม ใช่ร้อยเข้าที่ปกของหนังสือ โบรชัวร์ หรือปฏิทิน เพื่อเข้าเล่ม ห่วงกระดูกงูนั้นมีความหนาและใหญ่แตกต่างกันไป โดยสามารถใส่ได้ทั้งแบบเป็นแนวยาว หรือใส่แบบเว้นเป็นช่วงๆ ก็ได้ขึ้นอยู่กับความต้องการของผู้ที่สั่งทำ โดยส่วนมากมักนิยม ใช้เข้าเล่มกับงานที่มีจัวปังร่วมอยู่ด้วย เพราะการเข้าเล่มแบบอื่นไม่สามารถเข้าเล่มงานที่มีจัวปังได้
ห่วงกระดูกงู ที่ใช้เข้าเล่มปฏิทินของเอบิซ
การเข้าเล่มปฏิทินแบบมาตรฐานของเอบิซ จะเข้าเล่มแผ่นปฏิทิน 8-14 แผ่นเข้ากับจัวปังที่หุ้มทำเป็นฐานปฏิทิน โดยใช้ห่วงกระดูกงู เพื่อให้มันดูเป็นทรงแข็งแรงพอที่จะตั้งโต๊ะได้
เจาะรูร้อยห่วงเป็นสี่เหลี่ยม ช่วงละ 4 ห่วง เว้นระยะเป็นสองช่วง บริเวณด้านบนของปฏิทิน ฐานปฏิทินสามารถพับและกางออกเพื่อที่จะตั้งบนโต๊ะได้ แบบ 8 แผ่น ตารางเดือนแต่ละเดือนจะอยู่หน้าหลังกัน แต่ถ้าเป็นแบบ 14 แผ่น จะมีรูปภาพด้านหลัง ตารางเดือนทุกเดือน มีพื้นที่ด้านล่างขนาดประมาณ 19.7×2.5 ซม. ใว้ใส่ ชื่อ ที่อยู่ รายละเอียดต่างๆ หรือโลโก้ของบริษัทของผู้ทำการสั่งซื้อเพื่อทำการโฆษณา
ปฏิทินตั้งโต๊ะเหมาะที่จะเป็นของขวัญที่จะส่งให้กับคนสำคัญหรือลูกค้าของท่าน และด้วยการที่เป็นของที่จะสามารถเห็นได้ทุกวัน ผู้ที่ได้รับและนำไปใช้ ก็จะเห็นโฆษณาของท่านตลอดทั้งปี ปฏิทินตั้งโต๊ะจึงเหมาะที่จะเป็นของชำร่วยหรือของขวัญให้กับลูกค้าหรือบุคคลสำคัญของคุณ
จัวปังที่ใช้เข้าเล่มห่วงกระดูกงูคืออะไร
จัวปังคือ กระดาษแข็งชนิดหนึ่ง ที่นิยมนำมาใช้ทำเป็นปกหนังสือ หรือฐานปฏิทิน ด้วยคุณสมบัติที่เป็นกระดาษแข็งจึงทำให้เหมาะกับการนำมาทำปกหนังสือ
ปกแบบจั่วปังมักจะใช้เข้าเล่มหนังสือ 2 แบบ คือเข้าเล่ม เย็บกี่ไสกาว และเข้าเล่มห่วงกระดูกงู
การเข้าเล่มเย็บกี่ไสกาว คือการเข้าเล่มแบบการแบ่งหนังสือเป็นกี่ กี่หนึ่งอาจจะมีกระดาษประมาณ 8-24 แผ่น ขึ้นอยู่กับความหนาของกระดาษที่ใช้ทำหนังสือ
ถ้ากระดาษหนาก็จะได้จำนวนกระดาษต่อหนึ่งกี่น้อย แต่ถ้ากระดาษบางก็จะได้จำนวนกระดาษต่อกี่เยอะ พอได้แต่ละกี่แล้วก็นำกี่หลายๆ กี่มาเรียงกันแล้วจึงเข้าเล่มไสกาวอีกที
ส่วนปกจัวปัง จะใช้กระดาษบางๆ ที่พิมพ์ภาพปกแล้ว มาหุ้มและใช้กระดาษอีกแผ่นประกบด้านในปก โดยหนังสือแต่ละเล่มจะใช้กระดาษจัวปัง 3 ชิ้น กระดาษหุ้มปก 1 ชิ้น
โดยกระดาษจัวปัง 3 ชิ้นจะแบ่งออกเป็น ปกหน้า สัน และปกหลัง โดยปกหน้าและปกหลังขะมีขนาดเท่ากัน โดยส่วนมากมักจะจะใหญ่กว่า เนื้อในของหนังสือ ส่วนสันก็จะสูงเท่ากับปกหน้าปกหลัง แต่จะมีความกว้างที่เหมาะสมกับความหนาของหนังสือ ปกและสันมักนิยมหุ้มเป็นชิ้นเดียวกันยาวลักษณะเหมือนปกหนังสือทั่วไป แต่จะมีความหนากว่ามาก โดยส่วนใหญ่ที่เราจะได้เห็นบ่อยๆ คือพวกตำราวิทยานิพนธ์ ในห้องสมุดขนาดใหญ่ หรือในหนังฝรั่งที่เราจะเห็นหนังสือตำราเล่มใหญ่ๆ

